โครงการหลักการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สี่แยกอินโดจีน
 
1.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการรณรงค์โรคเอดส์
 


จุดเริ่มต้นการทำงานด้านการพัฒนาสังคมของสถาบันฯ ได้มีจุดกำเนิดมาจากการดำเนินงานด้านเอดส์เป็นหลัก วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคเอดส์ ใน จ.พิษณุโลกทำให้บุคลากรสาธารณสุขกลุ่มหนึ่งรวมตัวกับผู้นำทางสังคมภายในจังหวัด ก่อตั้ง “มูลนิธิชาวพิษณุโลกรวมใจต้านภัยเอดส์” เพื่อสนับสนุนมาตรการทางสังคมในการป้องกันควบคุม แก้ไขปัญหาโรคเอดส์ แต่ทำงานไประยะหนึ่งกลับพบว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ในระยะยาว จึงเปลี่ยนวิธีคิดวิธีทำงานใหม่  มุ่งปรับกระบวนทัศน์เป็นการพัฒนาศักยภาพของคนและชุมชน เน้นให้คนในชุมชนตระหนักและเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านสุขภาพ ร่วมคิดร่วมทำตามศักยภาพและวิถีของชุมชนเอง โดยมูลนิธิทำหน้าที่กระตุ้น โดยการใช้กระบวนการมีส่วนร่วม

จากรายงานสถานการณ์โรคเอดส์ทั่วโลกในปี 2549 พบว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ประมาณ 39.5 ล้านคน เป็นผู้ใหญ่วัยทำงานถึง 37.2 ล้านคน ในจำนวนนี้พบว่าเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี อยู่ประมาณ 2.3 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 2.9 ล้านคน และจากสถิติที่ผ่านมาได้ประมาณการว่าในปี 2550 จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น ถึง 4.3 ล้านคน  เฉลี่ยได้ตกวันละ 11,000 คน  หรือนาทีละเกือบ 8 คน ในจำนวนนี้ร้อยละ 40 เป็นเด็กวัยรุ่นที่มีอายุอยู่ในช่วงอายุ 15-24 ปี   ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อดังกล่าวนั้นพบมากที่สุดในทวีปแอฟริกาซึ่งมีอยู่ถึงประมาณ  24.7 ล้านคนและรองลงมาอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 7.8 ล้านคน ทั้งนี้พบว่าพื้นที่ที่การติดเชื้อสูงร้อยละ 95 เป็นประเทศที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มที่มีประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งสาเหตุหลักของการติดเชื้อถึงร้อยละ 84   นั้นมาจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันทั้งสิ้น

 
 

       ส่วนสถานการณ์ของโรคเอดส์ในประเทศไทย
จากการคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 จนถึงปี 2550 มีผู้ติดเชื้อเอดส์ที่อยู่ในวัยทำงานมียอดสะสมกว่า  1 ล้านคน ซึ่งยอดสถิติวันที่ 31 ตุลาคม  2550 นั้นได้มีผู้ป่วยเอดส์เสียชีวิตไปแล้วประมาณ 558,895 คน และยังคงเหลือผู้ที่มีชีวิตอยู่ประมาณ  546,578 คน และคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ในปี 2550  จำนวน 13,936 คน โดยร้อยละ 36 เป็นหญิงวัยรุ่นและแม่บ้าน ซึ่งรองลงมาคือกลุ่มชายรักชาย คิดเป็นร้อยละ24 ล่าสุดจากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคได้รายงานว่าข้อมูลสถิติจากสถานบริการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน วันที่ 29 กุมภาพันธ์  พ.ศ.2551 ได้รายงานว่ามียอดผู้ป่วยเอดส์ รวมทั้งสิ้น 327,604 ราย และมีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 90,753 ราย  ในช่วงที่ผ่านมา (ปี พ.ศ.2527-2549) อัตราป่วยเอดส์ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือสูงกว่าภาคอื่น ๆ รองลงมาภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ปัจจุบัน พบว่าอัตราป่วยเอดส์นั้นได้เปลี่ยนแปลงไปคือ ในภาคกลางได้ขยับขึ้นมาสูงกว่าภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามลำดับ ผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่มีปัจจัยเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์สูงถึงร้อยละ 84 (83.88) รองลงมาเป็นผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดร้อยละ 4.67              กลุ่มที่ติดเชื้อจากมารดา พบร้อยละ 3.92 กลุ่มรับเลือดร้อยละ 0.03               กลุ่มที่ไม่ทราบปัจจัยเสี่ยง และอื่นๆ ร้อยละ 7.51 ตามลำดับ     ผู้ป่วยเอดส์ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประมาณ ร้อยละ 70 มีการศึกษาน้อย มีรายได้ต่ำซึ่งสามารถจำแนกได้ดังนี้
- อาชีพการใช้แรงงาน/รับจ้างทั่วไป ลูกจ้างโรงงาน ขับรถรับจ้าง กรรมกร ร้อยละ 46.79
- รองลงมาเป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ร้อยละ 20.53
- ผู้ที่ว่างงาน ร้อยละ 5.94
- แม่บ้าน ร้อยละ 4.12
- เด็กต่ำกว่าวัยเรียน 3.28
- ข้าราชการ (ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และข้าราชการไม่ทราบสังกัด) ร้อยละ 3.05
- ผู้ต้องขัง ร้อยละ 1.58
- และอื่น ๆ ร้อยละ 14.71

 

ประชากรส่วนหนึ่งที่มีการเคลื่อนย้ายแรงงานภายในประเทศ ซึ่งที่กล่าวถึงนี้ยังไม่รวมถึงกลุ่มผู้อพยพหรือผู้ใช้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในประเทศแบบถูกกฎหมาย และผิดกฎหมาย
ที่ได้มีการประกอบอาชีพผู้ใช้แรงงาน  กรรมกรก่อสร้าง  ขายบริการทางเพศ ประมง และอื่นฯลฯ      ในบริเวณตามแนวจังหวัดชายแดน หรือจังหวัดที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสูง ซึ่งพบว่ามีอัตราการติดเชื้อเฉลี่ย ร้อยละ 0.75 ของประเทศ ด้วยเหตุจูงใจในด้านเศรษฐกิจมีผลต่อการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานของประชากรในวัยแรงงานและวัยเจริญพันธ์ที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์หรือโรคเอดส์ รวมทั้งปัญหาในด้านการสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจในด้านการป้องกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์   โดยทั้งสิ้น
และจากผลการเฝ้าระวังการติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มนักเรียนระดับ ม.ปลายในปี 2549 ของสำนักระบาดวิทยา พบว่า เยาวชนชายมีการใช้ถุงยางอนามัยกับแฟนหรือคนรักร้อยละ25    ส่วนเยาวชนหญิงมีการใช้ถุงยางอนามัยเพียงร้อยละ 11 เท่านั้น เพราะเนื่องจากมั่นใจว่าจะไม่ติดเชื้อจากคนรักและที่น่าตกใจคือ “ข้อมูลที่ได้รับรายงานล่าสุดจาก NGO ที่ทำงานด้านเอดส์ที่ จ.อุดรธานี พบว่ามีเด็กหญิงอายุ 11 ปี ติดเชื้อเอดส์จากมารดา (ซึ่งได้รับการรักษาโดยได้รับยาต้านไวรัสแล้ว) ได้ไปมีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนชายรุ่นราวคราวเดียวกันอีก 4 คน”โดยไม่ทราบว่าได้ป้องกันหรือไม่  
ในข้อพิจารณาแนวทางแก้ไข    อาจมีเงื่อนไขในการสร้างงานที่เป็นรายได้ในเชิงเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อลดผลกระทบในเรื่องปัญหาความแตกแยกของครอบครัว รวมทั้งการรณรงค์กระตุ้นเตือนภาวะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี     และนโยบายระดับประเทศควรมีแผนงานกลไกการแก้ไขปัญหาเอดส์ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือการผลักดันการแก้ไขปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศร่วมกัน ในการสนับสนุนงบประมาณและร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ ที่ผ่านมาทางมูลนิธิชาวพิษณุโลกรวมใจต้านภัยเอดส์ได้รับงบประมาณ จาก กองควบคุมโรคติดต่อ เพื่อดำเนินการรณรงค์และแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ ดังนี้

  • โครงการที่พักชั่วคราวบ้านแสงสว่าง พ.ศ.2539-2542
  • การควบคุมป้องกันโรคเอดส์ พ.ศ.2537- ปัจจุบัน
  • โครงการอบรมเยาวชนแกนนำต้านภัยเอดส์ พ.ศ.2544
 
2.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด
 


สถานการณ์ยาเสพติดในปัจจุบัน ในประเทศไทย

สถานการณ์โดยทั่วไปก็แนวโน้มเพิ่มขึ้นและรุนแรงขึ้นในบางพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ตามเขตชายแดนเช่น ทางภาคเหนือ ปริมณฑล แล้วก็มีทางภาคอีสานบางส่วน อันนี้เป็นภาพรวม      เนื่องจากว่าสถานการณ์ยาเสพติดมีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้งวิธีการลำเลียง สถานที่พักยา และการลักลอบจำหน่าย     เช่น การลำเลียงจากเดิมเข้ามาทางช่องทางปกติก็เพิ่มเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากรอยตะเข็บชายแดนไทยเรามีความกว้างไกลและยาว   ซึ่งการเข้าทางช่องทางธรรมชาติเป็นช่องที่เข้ามาได้ง่าย และเริ่มเข้ามาในรูปของกองทัพมด เช่น แฝงเข้ามาในรูปของพวกแรงงานต่างด้าว แฝงมาในรถยนต์ที่ขนส่งพืชผลทางการเกษตร เป็นต้น

               
ชาวต่างชาติที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติด ส่วนใหญ่นั้นเป็นชาวลาว ที่เหลือซึ่งพบจำนวนน้อยเป็นชาว พม่า กัมพูชา มาเลเซีย ฝรั่งเศส เนปาล และชนกลุ่มน้อย ได้แก่ ม้ง อาข่า มูเซอ จีนฮ่อ การซุกซ่อนลำเลียงยาเสพติด พบทั้งในกล่องขนม ในร่างกาย สัมภาระต่างๆ ในยานพาหนะ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ส่วนแหล่งพักยาก็มีการเปลี่ยนรูปแบบไป จากเดิมที่นำมาพักตามที่พักพิงของผู้ค้า เป็นการพักยาตามสถานที่ต่างๆ แทน ซึ่งจะสังเกตได้ว่าช่วงหลังมานี้ มักจะจับกุมยาเสพติดได้ตามหอพัก อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านเช่า นี่คือความเปลี่ยนแปลงอีกรูปแบบหนึ่ง ส่วนการจำหน่ายก็มีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งผู้ค้าจำหน่ายเองก็เปลี่ยนเป็นตัดตอนด้วยการจ้างพวกชาวบ้านชาวเขา ซึ่งไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวแล้วก็ส่งกัน เป็นเหตุให้รูปแบบทั้งการลำเลียงการพักการจำหน่ายเปลี่ยนแปลงไป       สถานการณ์การค้ายาเสพติดในภาพรวมในช่วงเดือนนี้ รุนแรงขึ้นจากเดือนที่ผ่านมาแม้ว่าปริมาณของกลางที่ยึดได้ คือ ยาบ้า เฮโรอีนและ เอ็กซ์ตาซี จะลดลง แต่ตัวยาอื่นปริมาณของกลางเพิ่มขึ้น  โดยพื้นที่ที่มีปัญหามากที่สุด คือ กทม. รองลงมาเป็น ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัดส่วนปัญหาในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ลดลง แต่พื้นที่ 5 จชต. ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่ อ.เมือง/อ.สำคัญ ก็มีสัดส่วนปัญหาเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน กลุ่มนักค้าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป ยังคงเข้ามาเคลื่อนไหว ทั้งเสพและค้ายาเสพติดในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพบว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลให้สถานการณ์การค้าและแพร่ระบาดยาเสพติด ในระยะต่อจากนี้รุนแรงเพิ่มขึ้น
 

สถานการณ์ยาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง                                                      
ในภาพรวม สถิติจับกุม แหล่งข่าวบุคคล พบว่ามีแนวโน้มมีการแพร่ระบาดมากขึ้น   โดยเฉพาะกลุ่ม นักเรียน นักศึกษา และในด้านการแพร่ระบาดยังคงมีการใช้ในกลุ่มผู้เคยใช้ โดยมากจะเป็นกลุ่มเฉพาะวัยรุ่น  และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ต้องมีการเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการป้องปรามสถานบันเทิง และหอพัก  และนอกจากนี้จังหวัดใหญ่ๆ ที่มีสถานบันเทิงที่คาดว่าจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดจะต้องเฝ้าระวังกลุ่มยา Club Drug ด้วย          
จังหวัดที่ควรให้ความสนใจได้แก่                                                                                                                                                         1.) จ.พิษณุโลก การแพร่ระบาดของยาบ้าในเขตเมือง และกัญชา อ.พรหมพิราม
2.) จ.กำแพงเพชร การแพร่ระบาดยาบ้ากลุ่มนักเรียน นักศึกษา
3.) จ.เพชรบูรณ์ การแพร่ระบาดของยาบ้า สารระเหย และกัญชา
4.) จ.พิจิตร การแพร่ระบาดของยาบ้า และสารระเหย - จ.ตาก อ.แม่สอด การแพร่ระบาดยาบ้า
5.) จ.อุตรดิตถ์ ยาบ้า สารระเหย                                                                                                                       
ส่วนในด้านการนำเข้าและการลำเลียงนั้นยังคงเป็นเส้นทางเดิม  ใช้การเดินเท้าเพื่อหลบหลีกเจ้าหน้าที่ การนำเข้ารายย่อยจะนำเข้าพื้นที่ อ.แม่สอด และเส้นทางธรรมชาติ รวมไปถึงท่าข้ามบริเวณแนวชายแดนซึ่งกลุ่มผู้นำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ชนกลุ่มน้อย แรงงานต่างด้าว สัญชาติพม่า และกลุ่มชาวเขาจากสถานการณ์ที่ควรเพ่งเล็งให้ความสนใจ     ได้แก่ สถานการณ์การนำเข้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนด้านจังหวัดตาก โดยเฉพาะพื้นที่ อ.พบพระ และ อ.แม่สอด   ซึ่งจะมีการลำเลียงมาทางจังหวัดที่ควรให้ความในใจเฝ้าระวังนั่นก็คือ จ.พิษณุโลก สุโขทัย   กำแพงเพชร  อุตรดิตถ์ และนครสวรรค์     ส่วนเส้นทางที่ควรให้ความสนใจ  นอกจากเส้นทางสายหลักแล้วยังคงต้องให้ความสนใจกับเส้นทางสายรองที่สามารถหลบหลีกจุดตรวจ/ด่าน  อีกด้วย

 
3.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการประสานเครือข่ายด้านธุรกิจ
 

มีการประสานความร่วมมือกับ เครือข่ายพันธมิตรด้านเศรษฐกิจ เปิดสำนักงานส่งเสริมการค้าและการลงทุนสี่แยกอินโดจีน การเปิดสอนหลักสูตรสอนภาษาอังกฤษและภาษาจีนสำหรับธุรกิจ และมีการจัดอบรมหลักสูตรผู้ประกอบการใหม่(NEC) ตลอดจนสื่อข่าวสารความเคลื่อนด้านเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคสี่แยกอินจีน ผ่านนิตยสาร “แม่น้ำโขง”

 
4.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคม
 

ก่อเกิดจากการดำเนินงานขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาโครงข่ายประชาสังคมในกลุ่มจังหวัดสี่แยกอินโดจีน จึงทำให้เกิดมีเครือข่ายภาคประชาสังคมมากมาย ในเขต 12 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย น่าน แพร่ ลำปาง อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี และพิษณุโลก ในปัจจุบันนี้มีเครือข่ายครอบคลุมไปทั่วประเทศกว่า 50 จังหวัด ทั้งเครือข่ายภาคประชาสังคมและสถาบันทางวิชาการ 

 
5.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการพัฒนาศักยภาพ และการถ่ายทอดด้านวิชาการ (ตลาดวิชาการ)
 

จากการขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาสี่แยกอินโดจีนที่ผ่านมา 10 กว่าปี นั้น สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน ได้มีการจัดอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน องค์กร หน่วยงานต่างๆมามากมาย ซึ่งในขณะนี้ได้มีการจัดทำหลักสูตรขึ้นมา 12 หลักสูตร เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการก้าวไปสู่ตลาดทางวิชาการ หลักสูตรมีดังนี้
1.) หลักสูตรอบรมการคัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิลเชิงธุรกิจ
2.) หลักสูตรอบรมวิทยากรนักประสบการณ์คัดแยกขยะรีไซเคิล
3.) หลักสูตรอบรมการคัดแยกขยะประจำบ้าน
4.) หลักสูตรวิทยากรกระบวนการ (Facilitator)
5.) หลักสูตรเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC)
6.) หลักสูตรผู้ให้บริการปรึกษา (Counselor)
7.) หลักสูตรแพทย์แผนไทย
8.) หลักสูตรการดำรงชีพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
9.) หลักสูตรพัฒนาองค์กร (Organization Development)
10.)หลักสูตรการเขียน Mind Map (เป็นศูนย์สาขา Mind Mapที่ได้มีการประสานกับผู้ซื้อลิขสิทธิ์ของประเทศไทย คือ อ.ธัญญา ผลอนันต์)
11.) หลักสูตรอบรมวิทยากรสันทนาการ
12.) หลักสูตรกระบวนการเรียนรู้มุ่งสู่ปัญญา (Wit Dialogue)

 
6.
สถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีนกับการเตรียมความพร้อมชุมชนรองรับยุทธศาสตร์สี่แยกอินโดจีน
 
  • การเข้าร่วมเป็นคณะกรรมยุทธศาสตร์สังคมไทยไม่ทอดทิ้งกัน ของ พมจ.พิษณุโลก โดยมีหน้าที่เป็นทีมงานวิทยากรกระบวนการ จัดเวที ทั้ง 9 อำเภอ
  • การเข้าร่วมในประเด็นการขับเคลื่อน “เวทีประชาธิปไตยในชุมชน” ของจังหวัดพิษณุโลก
  • การดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาสารเสพติดในชุมชน โดย รับผิดชอบโครงการ “ปรับเจตคติสังคมด้านการป้องกันสารเสพติดในชุมชน อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก”  ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างเตรียมความพร้อมพื้นที่ เพื่อรับแนวคิดและแนวทางในการปฏิบัติการโครงการ
  • การดำเนินงานด้านการเผยแพร่ข้อมูล สาระความรู้ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคเอดส์ อาทิ โครงการบ้านธรรมรักษ์ (บ้านพักผู้ป่วยโรคเอดส์) โครงการสร้างภูมิคุ้มกันในเยาวชน เป็นต้น ซึ่งการดำเนินโครงการจะเน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชน
  • โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายผู้บริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ 12 จังหวัดภาคเหนือ ปีงบประมาณ 2546 จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
  • โครงการพัฒนาขีดความสามารถเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคอาหารและผลิตภัณฑ์ 12 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พ.ศ.2547
  • กิจกรรมงานมหกรรมงานสร้างสุข ภาคเหนือ ซึ่งบทบาทที่สำคัญ คือ การปลุกกระแสจุดแข่งของจังหวัด ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ผ่านเยาวชนและกลุ่มผู้สูงอายุที่มีคุณภาพ (ชมรมผู้รักและสนใจประวัติศาสตร์) โดยการจัดทัวร์สร้างสุข นำพาผู้เข้าร่วมงานท่องเที่ยวไปยังสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพิษณุโลก อาทิ พระราชวังจันทน์ วัดอรัญญิก วัดจุฬามณี วัดตาปะขาวหาย และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับและชื่นชมเป็นอย่างดี
  • โครงการ “สานสายใยเยาวชนขจัดพ้นยาเสพติด” ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนทั้งในชุมชนและในโรงเรียน กลุ่มเป้าหมายคือ โรงเรียนท่าทองพิทยาคม และ พิษณุโลกพิทยาคม ทั้งนี้นอกจากมุ่งเน้นสร้างเกาะกำบังเยาวชน โดยการเสริมสร้างความรู้ความเข้าด้านยาเสพติดแล้ว ยังมีการเข้าไปจัดกิจกรรมร่วมกับเยาวชนในสถานพินิจด้วยเช่นกัน
  • โครงการ “เยาวชนเข้าใจเอดส์ : Teen save” มุ่งเน้นในการเสริมสร้างความเข้าใจด้านอนามัยเจริญพันธุ์ การป้องกันโรคเอดส์ และการสร้างแกนนำเยาวชนในการเผยแพร่ข้อมูลและทำการรณรงค์ สื่อสารสาธารณะ
  • โครงการรณรงค์เมาไม่ขับ “7 วันระวังอันตราย” ในช่วงปีใหม่ และ “10 วันระวังอันตราย” ช่วงเทศกาลสงกรานต์
  • โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายพระสงฆ์ จ.พิษณุโลก
  • โครงการ “ศูนย์ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดพิษณุโลก” ได้มีการขับเคลื่อนดังนี้
    • การรณรงค์โครงการงดเหล้าเข้าพรรษา และการสนับสนุนให้วันเข้าพรรษาเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติ
    • โครงการรณรงค์ทอดกฐินไม่กินเหล้า (ทอดกฐินปลอดเหล้า 2550)
    • การประชาสัมพันธ์ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551
    • การประชาสัมพันธ์วัดเป็นเขตห้ามดื่มห้ามขาย ตามกฎหมาย
    • การเสริมสร้างพลังเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จังหวัดพิษณุโลก
   
   

 

>